วันพฤหัสบดีที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2560

เทคนิคการวิเคราะห์โจทย์ข้อสอบอัตนัยรัฐศาสตร์


( เทคนิคการวิเคราะห์โจทย์ข้อสอบอัตนัยรัฐศาสตร์ )

   พี่คาดว่าลักษณะการออกข้อสอบอัตนัยแนวใหม่ในภาค 60 นี้ลักษณะข้อสอบจะเป็น ดังนี้

1.ในข้อสอบ 1 ข้อจะถามคำถามหลายข้อ

   ลักษณะแบบนี้จากเมื่อก่อนที่ข้อสอบอัตนัยจะถามแค่ประเด็นใดประเด็นหนึ่งแต่ในอนาคตข้อสอบอัตนัยจะถามหลายประเด้นมากขึ้น ตัวอย่าง เช่น

   จงตอบคำถามว่าทฤษฏีองค์การใดที่สามารถอธิบายระบบราชการไทยได้และทฤษฏีระบบราชการมีความเกี่ยวข้องอย่างไรกับการบริหารประเทศและจากแนวคิดของ Mayo สามารถนำมาอธิบายระบบราชการไทยได้อย่างไรและกลุ่มในองค์การภาครัฐมีบทบาทหน้าที่สำคัญอย่างไรและมีไว้ทำไม จงตอบ ?

จากตัวอย่างข้างต้นมีประเด็นในการวิเคราะห์คำถามสามารถแยกได้ 8 ประเด็นที่จะต้องอธิบาย คือ

1.1 ทฤษฏีองค์การ คืออะไร ?
1.2 แนวคิดระบบราชการ คืออะไร ?
1.3 ความเกี่ยวข้องของแนวคิดระบบราชการกับการบริหารประเทศ
1.4 แนวคิดของ Mayo ?
1.5 ความเกี่ยวข้องของแนวคิด Mayo กับระบบราชการไทย ?
1.6 กลุ่ม คืออะไร ?
1.7 บทบาทของกลุ่มมีอะไรบ้าง ?
1.8 กลุ่มมีไว้ทำไม ?

2. ข้อสอบจะถามเชิงคิดวิเคราะห์มากกว่าการท่องจำไปสอบ

   ประเด็นนี้คงไม่ต้องถามกันมากลักษณะข้อสอบอัตนัยในช่วงปี 57 ในตอนที่เริ่มเปลี่ยนแปลงเป็นอัตนัยใหม่ๆนั้นลักษณะจะค่อนข้างเป็นไปในทางท่องจำมากกว่าแต่ในอนาคตข้อสอบจะเป็นเชิงวิเคราะห์และตั้งคำถามมากยิ่งขึ้นและในปัจจุบันข้อสอบก็ได้มีการเปลี่ยนแปลงไปในแนวนี้อย่างช้าๆกันแล้วครับ

3. ข้อสอบออกเนื้อหาเดิมแต่เพิ่มเติมคือการใช้คำที่ดูวิชาการมากขึ้น

   การใช้คำในการตั้งคำถามข้อสอบนั้นคืออีกส่วนหนึ่งที่เป้นตัวหลอกล่อให้นักศึกษาไม่เข้าใจกับข้อสอบจนทำให้คิดไปว่าข้อสอบมันยากแต่จริงๆแล้วจุดมุ่งหมายก็ไม่ต่างมากแค่ใช้คำเปรียบเปรยให้เรามานั่งคิดต่อยอดกันเอง เช่น

'' องค์กรอิสระใดที่มีหน้าที่ในการสรรหาคนเข้าไปทำงานในรัฐสภา ? ''

( จากคำถามข้างต้นนั้นคำถามไม่ได้ถามตรงๆว่าองค์กรอิสระที่ว่านั้นคือองค์กรใดเพราะถ้านักศึกษาได้ศึกษาข้อมูลมาอย่างดีน้องๆก็จะเข้าใจทันทีว่าองค์กรอิสระที่มีหน้าที่ในการสรรหาคนเข้าไปสู่ระบบรัฐสภานั้น คือ '' คณะกรรมการการเืลอกตั้ง '' หรือเรียกย่อๆว่า กกต. นั่นเอง )

#พี่บูม เขียน







วันจันทร์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

วิชาปรนัยอัตนัยของคณะสื่อสารมวลชนและคณะมนุษยศาสตร์


ข้อสอบ ปรนัย อัตนัย แต่ละวิชา ถ่ายมาฝากเพื่อเป็นแนวทางในการลงทะเบียนสอบจ้า ^^
เป็นของ เทอม2/59 คณะสื่อสารมวลชน
ส่วนสองแผ่น สุดท้าย 1/59 คณะมนุษย์ศาสตร์









วันอาทิตย์ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

เจาะลึกหลักสูตรใหม่คณะรัฐศาสตร์ปี 60


   สวัสดีครับน้องๆพอดีว่าพี่ได้ข่าวอัพเดตมาใหม่ถึงโครงสร้างหลักสูตรคณะรัฐศาสตร์ปี 60 ว่าได้มีแผ่นโครงสร้างออกมาจากคณะแล้วโดยได้มีวิชาใหม่ๆเข้ามาเยอะมากๆอีกทั้งน้องๆรหัส 60 ก็เรียนแค่ 129 หน่วยกิตแต่เชื่อเถอะครับมันไม่ง่ายแน่นอนเรามาดูโฉมหน้าหลักสูตรใหม่กันดีกว่าครับ




แผน A ปี 60 แผ่น 1


แผน A ปี 60 แผ่น 2


แผน C ปี 60 แผ่น 1

แผน C ปี 60 แผ่น 2






   ในส่วนของภาษาต่างประเทศค่อนข้างจะหักโพลมากๆเพราะดันมีให้เลือกเรียนภาษาอื่นๆด้วยแต่พี่คิดว่าภาษาที่เลือกเรียนได้น่าจะเป็นภาษาหลักๆสากลเช่น อังกฤษ ฝรั่งเศส จีน ญี่ปุ่น เป็นต้น

   วิชาโทยุบไปตามความคาดหมายครับสำหรับหลักสูตรใหม่แต่กลายเป็นวิชาเลือกเฉพาะด้านแทนซึ่งก็เหมือนกับวิชาโทเลยครับแค่เปลี่ยนชื่อไปเท่านั้นเอง
 

ทีนี้เรามาดูกันครับว่าเนื้อหาของวิชาที่เพิ่มเข้ามาใหม่นั้นจะศึกษาถึงเรื่องอะไรบ้างและเราควรเตรียมตัวอย่างไรดี

รายวิชาหลักสูตรใหม่ปี 60 ที่เข้ามาใหม่มี ดังนี้

Pol 2106 ปรัชญาการเมืองเบื้องต้น
Pol 2107 การเมืองเปรียบเทียบเบื้องต้น

Pol 2108 หลักปฎิบัติทางการปกครองและธรรมาภิบาล
Pol 2109 การเมืองและการปกครองท้องถิ่นในประเทศไทย
Pol 2129 รัฐและประชาสังคมในระบบการเมือง
Pol 4114 หลักการและแนวคิดสิทธิมนุษยชน
Pol 4192 การศึกษาสันติภาพและการจัดการความขัดแย้ง
Pol 4193 ธุรกิจกับการเมือง
Pol 2205 ประวัติศาสตร์ระบบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
Pol 3282 อิสลามในการเมืองโลก
Pol 4266 สัมมนาคความมั่นคงในสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป
Pol 4249 ธรรมาภิบาลต่างระดับและการพัฒนา
Pol 4250 การจัดการสันติภาพและความขัดแย้ง
Pol 4251 องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ


รายวิชาเหล่านี้มีความน่าสนใจมากๆครับและพี่คิดว่าในหลายๆวิชาก็ได้สร้างขึ้นมาใหม่หรือยุบรวมในบางรายวิชาแล้วมาสร้างวิชาใหม่ขึ้นมาและเราจะมาดูในแต่ละรายวิชากันว่าจะศึกษาถึงเรื่องอะไรบ้างแต่แน่นอนครับเรื่องเหล่านี้อยู่ใกล้ตัวเราทั้งสิ้นและมีความเป็นปัจจุบันมากๆเพราะรัฐศาสตร์ปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาครับ

1. Pol 2106 ปรัชญาการเมืองเบื้องต้น

   คงไม่ต้องพูดถึงวิชานี้มากครับก็คงแบบว่าเรียนเบื้องต้นของปรัชญาการเมืองก่อนที่จะเชื่อมโยงไปถึง POL 2101 ในวิชาเอกบังคับอันน่าเกรงขามการเรียนคงไม่ต่างกันมากเพราะคงความยากไว้อยู่แล้วและศึกษาถึงปรัชญาการเมืองสมัยโบราณของแต่ละสำนักนักคิดวิชานี้ขอแนะนำหนังสือของ อ.กีรติ บุญเจือและหนังสือปรัชญาการเมืองของฝรั่ง เขียนโดย ส.ศิวลักษณ์ มาอ่านเพิ่มเติมครับเพราะสำนวนการเขียนเข้าในง่ายมากๆวิชา POL 2106 เชื่อมโยงกับ POL 2101 ครับ

2. Pol 2107 การเมืองเปรียบเทียบเบื้องต้น

   คงจะคล้ายๆกับวิชา POL 2100 ที่เปลี่ยนจาก POL 2100 มาเป็นรหัส POL 2107 และพี่คิดว่าน่าจะเป็นข้อสอบอัตนัยนะครับหลักสูตรใหม่นตี้อาจจะยากขึ้นแน่นอนแต่เนื้อหาน่าจะ Loob เดิมๆแต่อาจจะมีเพิ่มเติมของการเมืองในประเทศที่พัฒนาแล้วผสมกับประเทศหน้าใหม่ที่ขึ้นมาเป็นมหาอำนาจของโลกอย่างจีนเข้ามาเพราะในปัจจุบันประเทศมหาอำนาจได้แบ่งขั้วอย่างชัดเจนและอำนาจก็ผลัดเปลี่ยนกันตลอดพี่คิดว่าวิชานี้ต้องท้าทายกว่าเดิมแน่นอน

3. Pol 2108 หลักปฎิบัติทางการปกครองและธรรมาภิบาล

   วิชานี้ได้มีข่าวมาวักพักแล้วว่าได้ยุบรวมจากวิชา POL 2103 POL 2146 และ LAW 3016 แล้วก็ถือกำเนิดวิชา POL 2108 ขึ้นมาพี่คิดว่าไม่น่าจะยากเท่าที่ควรเพราะเนื้อหาของวิชา POL 2103 POL 2146 และ LAW 3016 นั้นมีเนื้อหาที่เชื่อมโยงกัน LAW 3016 คือวิชาแม่เพราะเนื้อหาที่ค่อนข้างจะละเอียดส่วน POL 2103 POL 2146 คือวิชาลูกที่แตกแขนงออกมาสรุปง่ายๆถ้าน้องๆมีพื้นบาน LAW 3016 แน่นน้องๆไม่ต้องกลัวอีกสองวิชาที่เหลือเลยครับและพี่คิดว่าปี 60 นี้ทางเพจจะเปิดติววิชา POL 2108 ฟรีให้น้องๆปี 60 ด้วยต้องติดตามต่อไปครับ

4. Pol 2109 การเมืองและการปกครองท้องถิ่นในประเทศไทย

   วิชานี้น่าจะเน้นหนักไปในเรื่องของการเมืองส่วนท้องถิ่นทั้งในแง่ของวัฒนธรรมทางการเมือง ระบบ การทำงานของท้องถิ่น ปัญหาการเมืองส่วนท้องถิ่นเนื้อหาจะคล้ายๆกับ POL 2103 ในหลักสูตรเก่าแต่จะมีเพิ่มเติมแน่นอนครับ

5. Pol 2129 รัฐและประชาสังคมในระบบการเมือง

   วิชานี้อิงปัจจุบันตัวแม่เลยก็ว่าได้ลักษระของการศึกษษจะศึกษาถึงรัฐต่างๆและประชาสังคมในแต่ละประเทศว่าประชาสังคม กลุ่มเคลื่อนไหวต่างๆนั้นมีบทบาทสำคัญอย่างไรต่อรัฐบาลและการเมืองการปกครอง วิชานี้น่าเรียนสุดๆครับ

6. Pol 4114 หลักการและแนวคิดสิทธิมนุษยชน

  วิชานี้จะศึกษาถึงสิทะิมนุษย์ชนในด้านต่างๆของประชาชนทั้ง สิทธิสตรี สิทธิในการเดินขบวน สิทธิในการได้รับความคุ้มครองจากรัฐ สิทธิในการแสดงออก สิทธิในการวิพากษ์วิจารณื กล่าวคือวิชานี้จะเรียนทั้งในแง่ของสิทธิมนุษยชนควบคู่ไปกับหลักการประชาธิปไตยไปด้วยกันครับ

7. Pol 4192 การศึกษาสันติภาพและการจัดการความขัดแย้ง

   สำหรับวิชานี้ค่อนข้างจะอิงปัจจุบันสุดๆปัญหาความขัดแย้งเกิดขึ้นทั่วโลกทั้งปัญหาความขัดแย้วงทางด้านศาสนากับอเมริกา ( ISIS กับ USA ) หรือปัญหาความขัดแย้งภาคใต้ของไทยหรือจะปัญหาความขัดแย้งของอิสราเอลกับปาเรสไตน์ เป็นต้น พี่คิดว่าแนวทางการศึกษาของวิชานี้จะเป็นไปในรูปแบบของการศึกษากรณีตัวอย่างของความขัดแย้งในหลายๆด้านทั้งเรื่องการแบ่งแยกดินแดน ศาสนาและวัฒนธรรม ต้องคอยติดตามกันครับวิชานี้น่าเรียนมากๆ

8. Pol 4193 ธุรกิจกับการเมือง

   การศึกษาวิชานี้สนุกแน่นอนครับจะศึกษาถึงแนวคิดทางธุรกิจที่เาอมาใช้กับการเมืองหรือจากนักธุรกิจสู่วงจรการเมืองและก็อาจจะศึกษาถึงอิทธิพลขององค์กรธุรกิจที่มีผลกระทบต่อการเมืองเรพาะในปัจจุบันโลกทุนนิยมของนายทุนนั้นมีอิทธิพลต่อรัฐบาลมากๆไม่ว่าจะองค์กรทางธุรกิจในหลายๆองค์กรก็ล้วนมีส่วนเกี่ยวข้องกับในหลายๆนโยบายไม่ว่าจะเรื่องสัมปทาน การจ่ายสินบนให้ข้าราชการหรือนักการเมืองในการเปิดทางทางอำนาจ เป็นต้น ต้องขอบอกเลยว่าน่าเรียนสุดๆครับ

9. Pol 2205 ประวัติศาสตร์ระบบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

   คงจะคล้ายกับวิชา POL 2200 แต่ลงลึกเฉพาะเรื่องที่จะศึกษาถึงภูมิหลังของระบบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่จะศึกษษย้อนไปตั้งแต่สมัยราชวงศ์จีนกับความสัมพันธ์ในภูมิภาคต่างๆมายุคถัดมาหน่อยก็อาจจะศึกษาในยุคล่าอาณษนิคมที่ประเทศมหาอำนาจได้มีบทบาทและความสัมพันธ์ไปทั่วโลก เป็นต้น

10. Pol 3282 อิสลามในการเมืองโลก

   วิชานี้ก็ตามชื่อแหละครับศึกษาถึงกลุ่มประเทศที่เป็นรัฐอิสลามพวกตะวนออกกลาง อาหรับสปริง เป็นต้น วิชานี้คงต้องเหมาะสำหรับคนที่ชื่นชอบจริงๆครับ

11. Pol 4266 สัมมนาความมั่นคงในสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป

   วิชานี้อิงปัจจุบันสุดๆเพราะในปัจจุบันอเมริกากับสหภาพยุโรปกำลังถดถอยครับการศึกษาถึงความมั่นคงของทั้งอเมริกาและ EU นี้ถือว่าน่าจับตามองและน่าวิเคราะห์มากๆและพี่คิดว่าวิชานี้จะเป็นวิชาที่น่าเรียนมากๆในหลักสูตรปี 60 ครับ

12. Pol 4249 ธรรมาภิบาลต่างระดับและการพัฒนา

   วิชานี้จะเชื่อมโยงกับ POL 2108 ในหลักสูตรใหม่ครับและจะศึกษาลงลึกไปถึงการนำเอาหลักธรรมาภิบาลไปใช้ในการพัฒนาด้านต่างๆทั้งสังคม เศรษบกิจและการเมืองและก็ลงลึกไปถึงระบบทางการเมืองที่ต้องนำหลักธรรมาภิบาลเข้ามาประยุกต์ใช้ครับ

13. Pol 4250 การจัดการสันติภาพและความขัดแย้ง

   วิชานี้ในคณะมีอาจารย์อยู่ท่านนึงที่เป็นแนวหน้าของวงการสัมมนาทางด้านนี้ในรั้วรามคำแหงซึ่ง่ทานก็จบจากธรรมศาสตร์และก็สอนในวิชาการฆ่าล้างเผ่าพันธ์และพี่คิดว่าท่านน่าจะรับบทบาทสำหรับการสอนในวิชา POL 4250 นี้ครับ ใครที่ชื่นชอบในเรื่องของปัญหาความขัดแย้งทั้งในสามจังหวัดภาคใต้หรือความขัดแย้งในแต่ละภูมิภาคพี่แนะนำให้เรียนวิชานี้เลยครับและวิชา POL 4250 ก็เชื่อมโยงกับวิชา POL 4192 ด้วยนะครับ

14. Pol 4251 องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ

   วิชานี้ก็เป็นอีกหนึ่งวิชาที่น่าค้นหาอย่างยิ่งองค์กรอาชญากรรมข้ามชาตินั้นมีเยอะมากๆครับและก็มีบทบาทสำคัญในระดับประเทศและในระดับโลกอีกด้วย

อ่านบทความเพิ่มเติมที่ลิ้งค์นี้

อยากจะฝากน้องๆไว้นะครับว่าการเตรียมความพร้อมและมีวินัยจะนำพาให้น้องๆฝ่าฟันอุปสรรคที่ยากลำบากไปได้และพี่คิดว่าหลักสูตรใหม่นี้ไม่ยากอย่างที่คิดครับและก็ท้าทายมากๆอีกด้วย

#พี่บูม


วันจันทร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2559

สรุปเนื้อหาวิชา Law 3016 พร้อมขอบเขตแนวข้อสอบ ฉบับ อ่านเข้าใจง่าย






     แนวข้อสอบวิชานี้สามารถใช้ได้ทุกภาคการศึกษาเพราะข้อสอบจะออกเนื้อหานี้ทุกเรื่องครับ


( คำอธิบายประเด็นต่างๆวิชา LAW 3016 )

1. โครงสร้างการบริหารราชการแผ่นดิน 3 ส่วน

( ส่วนกลาง / ภูมิภาค / ท้องถิ่น )

#ส่วนกลาง = กระทรวง,กรม
#ภูมิภาค = จังหวัด,อำเภอ,ตำบล,หมู่บ้า
#ท้องถิ่น = อบจ,อบต,กทม,เทศบาล,พัทยา

2. รวมอำนาจ / แบ่งอำนาจ / กระจายอำนาจ

( รวมอำนาจ คือ ส่วนกลางรวมอำนาจทางการสั่งการ,บริหาร,การต่างประเทศ,ความมั่นคง เป็นต้น แล้วรวมไว้ที่ส่วนกลางซึ่งประกอบไปด้วย กระทรวงและกรมเหตุผลที่รวมอำนาจก็เพื่อการสร้างเอกภาพในการสั่งการเพื่อให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน )

( แบ่งอำนาจ คือ การที่ส่วนกลางแบ่งอำนาจและหน้าที่บางส่วนจากส่วนกลางมาให้ส่วนภูมิภาคดำเนินการแทนเหตุผลก็เพื่อการแบ่งเบาภาระจากส่วนกลาง )

( กระจายอำนาจ คือ การที่ส่วนท้องถิ่นมีอิสระในการบริหารราชการแผ่นดินโดยลักษณะของการกระจายอำนาจในส่วนท้องถิ่นนั้นจะมีการเลือกตั้งในท้องถิ่น,สภาบริหาร,สภานิติบัญญัติ,การจัดเก็บภาศีท้องถิ่นและก็การดำเนินนโยบายพัฒนาท้องถิ่น เป็นต้น

3. การควบคุมบังคับบัญชา คือ การที่ส่วนกลางสามารถที่จะทำการ โอน เปลี่ยนแปลง สงวน ระงับ หรือโยกย้ายข้าราชการในส่วนภูมิภาคได้กล่าวคือส่วนภูมิภาคจะต้องปฏิบัติงานตามแผนและนโยบายจากส่วนกลางนั่นเอง

4. การควบคุมกำกับ คือ การที่ส่วนภูมิภาคหรือส่วนกลางจะไม่สามารถไปล้วงลูกหรือไปดำเนินการควบคุมบังคับบัญชาการทำงานในส่วนภูมิภาคได้จะทำได้เพียงแต่การกำกับดูแลการทำงานให้เป็นไปตามกรอบของกฎหมายเท่านั้น เช่น ผู้ว่าจังหวัดไม่สามารถไปโยกย้ายนายก อบต. ได้ เป็นต้น

5. การใช้อำนาจดุลยพินิจ คือ การใช้อำนาจของผู้บังคับบัญชา,เจ้าหน้าที่รัฐ,หน่วยงานของรัฐ ในการที่จะก่อให้เกิดผลบางสิ่งบางอย่างขึ้น เช่น นาย ก. อยากไปประจำการในสามจังหวัดชายแดนจึงยื่นหนังืสอให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาผลปรากฎว่าได้รับการอนุญาติจึงได้มีคำสั่งเป้นหนังสือราชการให้นาย ก.ไปประจำการได้ เป็นต้น

6. การใช้อำนาจดุลยผูกพันธ์ คือ การใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่รัฐ,หน่วยงานของรัฐ โดยที่มีกรอบของกฎหมายได้บัญญัติถึงระเบียบและข้อบังคับไว้ให้เจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานของรัฐจะต้องตัดสินและใช้อำนาจตามข้อระเบียบหรือข้อบังคับที่กฎหมายได้บัญญัติไว้ เช่น การจดทะเบียนสมรส,การทำบัตรประชาชน เป็นต้น

7. กฎหมายปกครอง คือ อะไร ?

( กฎหมายปกครองคือกฎหมายที่มีความสัมพันธืระหว่างรัฐกับเอกชนโดยกฎหมายปกครองนั้นเป็นกฎหมายที่ไม่มีความเท่าเทียมกันเหตุผลเพราะว่ากฎหมายปกครองนั้นใช้เพื่อผลประโยชน์สาธารณะ )

8. กฎหมายปกครองมีอะไรบ้าง ?

( 1. รัฐธรรมนูญ 2. พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ 3. พระราชบัญญัติ 4. พระราชกำหนด 5. ประมวลกฎหมาย 6. ประกาศคณะปฏิวัติ )

9. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง

( การเตรียมการและการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ก่อนที่จะมีคำสั่งทางปกครองหรือกฎ และรวมถึงการดำเนินการใดๆ )

10. มาตรา 9 พรบ.จัดตั้งศาลปกครอง พ.ศ.2542

( มี 4 หลักการใหญ่ๆ )

- การปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วยกฎหมายของเจ้าหน้าที่รัฐ
- การละเลยการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ
- การละเมิดของเจ้าหน้าที่รัฐ
- สัญญาทางปกครอง

11. ความหมายของ กฎ

( มีหลักการ ดังนี้ )

- ใช้บังคับเป็นการทั่วไป
- ใช้กับคนหมู่มาก
- ไม่กระทบถึงสิทธิและหน้าที่ของประชาชน
- ไม่ผูกนิติสัมพันธ์ระหว่างบุคคล

( กฎมีอะไรบ้าง )

- พระราชกฤษฏีกา
- กฎกระทรวง
- ประกาศกระทรวง
- ระเบียบ
- ข้อบังคับ
- ข้อบัญญัติท้องถิ่น

12. คำสั่งทางปกครอง

( มีหลักการ ดังนี้ )

- ผูกนิติสัมพันธ์ระหว่างบุคคลกับบุคคล
- มีผลในการ โอน เปลี่ยนแปลง สงวน ระงับ
- กระทบถึงสิทธิและหน้าที่ของประชาชน

#คำสั่งทางปกครองภายใน = ไม่เป็นคำสั่งทางปกครอง
#คำสั่งทางปกครองภายนอก = เป็นคำสั่งทางปกครอง

( ลักษณะคำสั่งทางปกครอง )

#คำสั่งทางปกครองแบบปากเปล่
#คำสั่งทางปกครองที่เป็นหนังสือ

13. สัญญาทางปกครอง

( มีหลักการ ดังนี้ )

- เป็นสัญญาระหว่างรัฐกับเอกช
- จุดประสงค์ของสัญญาเพื่อผลประโยชน์สาธารณะ
- เป็นสัญญาเพื่อการจัดสรรทรัพยากร

14. สัญญาทางแพ่ง

( มีหลักการ ดังนี้ )

- เป็นสัญญาระหว่างเอกชนกับเอกชน
- จุดประสงค์ของสัญญาเพื่อผลประโยชน์ของเอกชน

15. กฎหมายปกครองใช้อย่างไร ?

( กฎหมายปกครองนัน้ใช้ผ่านทางเจ้าหน้าที่ของรัฐ,หน่วยงานของรัฐโดยทั้งเจ้าหน้าที่รัฐหรือหน่วยงานของรัฐนั้นจะได้อำนาจจากกฎหมายเพื่อนำไปใช้ )

16. ใครเป็นผู้ใช้กฎหมายปกครอง

( เจ้าหน้าที่รัฐ,หน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานอื่นๆที่รัฐให้อำนาจในการใช้อำนาจทางปกครอง )

17. หลักสุจริต,หลักประโยชน์สาธาณณะ,หลักนิติรัฐ,หลักนิติธรรม,หลักความคุ้มค่า

- หลักสุจริต คือ การใช้อำนาจทางปกครองใดๆนั้นจะต้องยึดในความโปร่งใสหรือซื่อสัตย์

- หลักประโยชน์สาธารณะ คือ การใช้อำนาจทางปกครองจะต้องใช้เพื่อการตอบสนองของประโยชน์ของประชาชน

- หลักนิติรัฐ คือ การใช้อำนาจทางปกครองนั้นจะต้องยึดกฎหมายเป็นใหญ่

- หลักนิติธรรม คือ การใช้อำนาจทางปกครองนั้นจะต้องใช้อย่างเป็นธรรมไม่สองมาตรฐานและไม่เลือกปฏิบัติ

- หลักความคุ้มค่า คือ การใช้อำนาจทางปกครองนั้นจะต้องให้เกิดความคุ้มค่าในผลประโยชน์ของส่วนรวมที่จะได้รับ

#พี่บูม เขียน